แนวคิดและข่าวสาร

ข่าวสารและอัปเดต

สำรวจเรื่องราว มุมมอง และข่าวสารจากผู้คนที่ร่วมสร้างอนาคตที่เป็นธรรมและปลอดภัยจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
  1. คนในชุมชนร่วมกันทำแผนที่จุดเสี่ยงความร้อนในเมือง

    ข่าวสารและอัปเดต

    งานเปิดตัว Bangkok Climate Action Week 2026 ณ พิพิธภัณฑ์ตลาดน้อย ปูทางสู่งานหลักในเดือนตุลาคม



    งานเปิดตัว Bangkok Climate Action Week 2026 ณ พิพิธภัณฑ์ตลาดน้อย ปูทางสู่งานหลักในเดือนตุลาคม

    BKKCAW เชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรจาก 10 สาขา ตั้งแต่พลังงานและอาหาร ไปจนถึงศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ต่อยอดสู่อนาคตที่สมดุล

    กรุงเทพฯ 7 พฤษภาคม 2569 – งาน Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ ณ พิพิธตลาดน้อย ปูทางสู่งานหลักที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2569

    จัดโดย Just Transitions Incubator (JUTI) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (BMA) และเครือข่ายพันธมิตรผู้ร่วมจัดงานที่หลากหลาย (Greenery, MMU, Love Frankie, TQPR, III Muses) การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นกิจกรรมตลอดทั้งปีสู่สาธารณะ ก่อนจะไปสู่ไฮไลต์สำคัญในงาน Bangkok Climate Action Week

    งานเปิดตัวครั้งนี้มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลสาธารณะเข้าร่วม โดยร่วมกันนำเสนอโครงสร้าง เป้าหมาย และวัตถุประสงค์หลักของงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นของรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์และระบบนิเวศ มากกว่าการวัดความสำเร็จด้วยตัวชี้วัดแบบเดิมอย่าง GDP เพียงอย่างเดียว

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ว่า “กรุงเทพฯ พร้อมบูรณาการหลักการเศรษฐกิจใหม่ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับการวางผังเมืองและการให้บริการสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและการเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งพร้อมรับปรับตัว เรามุ่งมั่นร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางด้านสภาพภูมิอากาศของเมืองไปด้วยกัน”

    กลยุทธ์ด้านเวลาและวัตถุประสงค์

    BKKCAW 2026 จัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ณ กรุงเทพมหานคร (12-18 ตุลาคม 2569) ซึ่งเป็นจังหวะเชิงกลยุทธ์ในการแสดงภาวะผู้นำของเอเชีย และเสริมบทบาทของเอเชียในการสนทนาระดับโลกด้านสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจ งานนี้มุ่งแก้ไขสาเหตุเชิงโครงสร้างของความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ผ่านการปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนความไม่เท่าเทียมและการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม

    วัตถุประสงค์หลักทั้งสี่ประการ ได้แก่ การส่งเสริมให้พลเมืองมีบทบาทเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ การเชื่อมโยงแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับภูมิภาค การนำเสนอรูปธรรมของตัวอย่างเศรษฐกิจใหม่ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง และการสร้างเรื่องเล่าที่ทรงพลังเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคม ภายใต้แนวคิด “เราลิขิต เสกสรรค์เศรษฐกิจ ร่วมลิขิตฟ้าใหม่”

    แนวคิด “เราลิขิต” การร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ เพื่ออนาคตสภาพภูมิอากาศที่เราเลือกได้ ซึ่งประกาศในเดือนมีนาคม สะท้อนเจตนารมณ์ของ BKKCAW ในการมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ มากกว่าการจัดการเพียงปลายเหตุ โดยตอกย้ำบทบาทของระบบเศรษฐกิจในฐานะพลังสำคัญที่กำหนดทิศทางการพัฒนาและผลลัพธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ

    เป้าหมายเหล่านี้ถูกถ่ายทอดเป็นรูปธรรมผ่าน 10 สาขาหลัก ได้แก่ พลังงาน อาหาร ธรรมชาติ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เมืองและการเดินทาง การศึกษา การท่องเที่ยวและการบริการ ชุมชน เศรษฐกิจ และศิลปะและวัฒนธรรม ควบคู่กับหกประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงทุกสาขา ได้แก่ นโยบาย กฎหมายและการปกครอง, ความร่วมมือตามพื้นที่, เศรษฐกิจและการเงิน, กลไกการเปลี่ยนแปลงสังคม, การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และความร่วมมือในระดับภูมิภาค ผู้นำสาขาและตัวแทนจาก Nature Plearn Club, makesense Asia, LUKKID และ Common Youth ได้นำเสนอตัวอย่างโปรแกรมที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม โดยไฮไลต์ที่น่าจับตาในงาน BKKCAW 2026 ได้แก่ Climate Action Football Cup, Green Jobs Fair และ Sustainable Fashion Week ซึ่งรวบรวมนักออกแบบจากทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ South-South Collective for Climate ร่วมกับ Climate Collective Foundation จะเปิดตัว BKK Climate Data Week และ Climate Launch for AI: Southeast Edition เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านสภาพภูมิอากาศและปัญญาประดิษฐ์ในระยะเริ่มต้น

    การมีส่วนร่วมภายในงาน

    ภายในงานมีการแสดงสด “The Pulse of the Green Economy” ที่สะท้อนบทบาทของต้นไม้และพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ ในฐานะข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพอากาศและสร้างมูลค่าให้ภาคการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน บูธของพันธมิตรและกิจกรรมต่าง ๆ ได้เปิดพื้นที่การเรียนรู้ผ่านเวิร์กชอปที่ลงมือทำจริง อาทิ การทำพวงกุญแจจากหนังรีไซเคิลโดยชุมชนตลาดน้อย และการผลิตยาดมสมุนไพรโดยชุมชนพูนบำเพ็ญ โดยกิจกรรมการสร้างเครือข่ายดำเนินต่อเนื่องจนถึงเวลา 18.00 น. พร้อมการจัดเลี้ยงอาหารจากพืชที่มุ่งเน้นแนวคิดศูนย์ขยะ (zero waste)

    ผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วนที่ร่วมเวทีเสวนา ได้แก่ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ (ภาครัฐ) เข็มอัปสร สิริสุขะ (ภาคเอกชน) ดร.บุญวรา สุมะโน เจนพึ่งพร (องค์กรภาคประชาสังคม) และ กอปร ลิ้มสุวรรณ จาก Chula Zero Waste โครงการจัดการขยะอย่างยั่งยืนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเบื้องหลังการร่วมสร้างสรรค์ BKKCAW 2026 ขณะเดียวกัน การสรุปบทเรียนจาก BKKCAW 2025 ยังมีวิทยากรจาก GYBN Thailand, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และ นีโอบ้านนอก ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์

    เส้นทางสู่เดือนตุลาคม

    แพลตฟอร์มความร่วมมือแบบเปิดนี้เปิดโอกาสให้พันธมิตรที่สนใจร่วมจัดเซสชันในแต่ละสาขา โดยได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากสถานที่จัดงานและผู้ให้ทุน ควบคู่กับการมีส่วนร่วมจากวิทยากรและชุมชนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา การประชุมกลุ่มผู้เกี่ยวข้องได้ช่วยวางรากฐานความร่วมมือกับพันธมิตรในระยะเริ่มต้น ขณะที่การเปิดตัวในวันนี้มุ่งถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางหลักของโครงการ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนจนถึงงานหลักในเดือนตุลาคม

    ลีโอ ฮอร์น-พัธโนทัย ผู้ก่อตั้ง Just Transitions Incubator และประธานร่วมคณะกำหนดทิศทาง BKKCAW กล่าวถึงความสำคัญของวิสัยทัศน์ในการปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนการลงมือทำที่เกิดขึ้นได้จริงในปัจจุบัน

    “การสร้างเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยให้นักเศรษฐศาสตร์จัดการเพียงลำพัง แต่เป็นเรื่องของทางเลือกที่ทุกคนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง นี่ไม่ใช่ประเด็นทางวิชาการหรือทฤษฎี แต่เป็นเรื่องของความเป็นจริงในทางปฏิบัติและทางเลือกที่เป็นรูปธรรมในโลกแห่งความจริง ซึ่งเราทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะมีส่วนร่วมกับระบบเศรษฐกิจแบบใด นี่ไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่ห่างไกล แต่เป็นทางเลือกที่เราสามารถตัดสินใจได้ตั้งแต่วันนี้”


    อ่านเรื่องราว
  2. รูปประกอบหัวข้อใหม่

    ข่าวสารและอัปเดต

    Bangkok Climate Action Week 2026 จับมือ ททท. ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

    Bangkok Climate Action Week 2026 จับมือ ททท. ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

    Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 ประกาศความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสนับสนุนการวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ความยั่งยืนและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงแนวคิดตามกระแส แต่เป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ งาน และผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความร่วมมือนี้สอดรับกับพันธกิจของ BKKCAW ในการเร่งขับเคลื่อนทางออกด้านสภาพภูมิอากาศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำที่เพิ่มขึ้นของไทยด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน

    งาน BKKCAW 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2569 โดยจะรวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม เยาวชน และชุมชนท้องถิ่น ผ่านโปรแกรมกิจกรรมทั่วเมืองที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการลงมือแก้ปัญหาความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนจาก ททท. ความร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับบทสนทนาว่าด้วยการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินทางที่มีความหมาย รับผิดชอบ และมีเป้าหมายชัดเจน

    ในขณะที่การท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากขึ้นกับประสบการณ์ที่แท้จริงและสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชนท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม แนวโน้มนี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของไทยในการเสริมสร้างจุดยืนในฐานะต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน ภายใต้กรอบ Amazing Thailand ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นธรรม และความยั่งยืน

    ความร่วมมือนี้ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการเติบโตของการท่องเที่ยวคุณภาพผ่านกลยุทธ์ Amazing 5 Economy ซึ่งครอบคลุม Life Economy, Sub-Culture Economy, Night Economy, Circular Economy และ Platform Economy ด้วยการเชื่อมโยงนักนวัตกรรม ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และชุมชน BKKCAW จึงทำหน้าที่เป็นเวทีในการแปลงหลักการเหล่านี้สู่แนวปฏิบัติที่สร้างคุณค่าให้กับผู้คน สถานที่ และโลก

    BKKCAW เป็นแพลตฟอร์มตลอดทั้งปีสำหรับการลงมือทำ การเรียนรู้ และความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยมุ่งก้าวข้ามการดำเนินงานแบบแยกส่วน ไปสู่การบ่มเพาะแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคส่วน สัปดาห์แห่งกิจกรรมนี้จึงถูกวางบทบาทให้เป็นตัวเร่งและจุดนัดพบสำคัญในการกระตุ้นสาธารณชน รวมพลังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย สร้างวาระร่วม และผลักดันความร่วมมือระหว่างพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “แม้การท่องเที่ยวจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล ขณะเดียวกัน กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอาจก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากขาดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ท้ายที่สุดย่อมส่งผลกระทบกลับมายังวิถีชีวิตของประชาชน ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และคุณค่าของประสบการณ์การท่องเที่ยว ททท. จึงมุ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว โดยความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนในการเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Climate Action Week 2026 ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กลยุทธ์ Amazing 5 Economy ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า โดยเชื่อมโยงนวัตกรรมด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งมอบประโยชน์ให้แก่นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อคุณค่าให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต”

    นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ Bangkok Climate Action Week และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และพลังชีวิต ซึ่งดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมาโดยตลอด แต่อนาคตของเราขึ้นอยู่กับว่าเราจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้เพียงใด Bangkok Climate Action Week คือช่วงเวลาสำคัญในการเชื่อมโยงมรดกด้านการท่องเที่ยวของไทยเข้ากับความเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศอย่างกล้าหาญ เพื่อร่วมกันสร้างจุดหมายปลายทางสีเขียวที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับอนาคตสำหรับคนรุ่นต่อไป”

    งาน BKKCAW 2026 จะจัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของ World Bank Group และ IMF ในกรุงเทพฯ จึงเป็นเวทีสำคัญในการแสดงบทบาทผู้นำของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เทศกาลนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพลเมือง เชื่อมโยงแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นสิ่งที่ใช้ได้จริง และสร้างเรื่องเล่าที่เสริมพลังเพื่อจุดประกายการลงมือร่วมกันทั่วภูมิภาค

    อ่านเรื่องราว
  3. New topic illustration

    ข่าวสารและอัปเดต

    Bangkok and the Next Chapter of Climate Action in Asia

    Add a description for this topic.

    BKKCAW connects actors across ten thematic clusters, from energy and food to art and culture, enabling scalable action toward a regenerative future

    Bangkok, 7 May 2026 – Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 was formally launched today at Talat Noi Museum, setting the stage for the main festival scheduled from 3-11 October 2026.



    Organized by Just Transitions Incubator (JUTI) in partnership with the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) and a diverse set of partners (Greenery, MMU, Love Frankie, TQPR, III Muses) the launch marks the public start of a year-round event culminating in Bangkok Climate Action Week.

    It was attended by leaders from government, business, civil society, academia, media, influencers and public figures, who outlined the festival’s structure, goals and key objectives. Speakers addressed the need for a new economic model that prioritizes human and ecological well-being over traditional GDP measures and metrics.

    อ่านเรื่องราว
  4. New topic illustration

    ข่าวสารและอัปเดต

    จดหมายเปิดผนึกถึงผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ


    เรียน: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง กรรมการบริหาร และคณะผู้บริหารของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

    เรื่อง: ข้อเรียกร้องเพื่อกระบวนทัศน์เศรษฐกิจใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ขอต้อนรับทุกท่านสู่กรุงเทพมหานคร

    การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลกกำลังเผชิญทางเลือกสำคัญและโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง เราจะเดินหน้าต่อไปกับระบบเศรษฐกิจที่ตักตวงจากผู้คนและธรรมชาติ และปล่อยให้ความปั่นป่วนและความทุกข์ทวีความรุนแรงขึ้น หรือเราจะร่วมกันสร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อเปิดทางสู่การฟื้นฟู ความสามารถในการรับมือกับวิกฤต และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันสำหรับคนรุ่นต่อไป

    ทางเลือกที่ถูกต้องในทางจริยธรรมมีเพียงทางเดียว และเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลทางเศรษฐกิจด้วย เพราะเรารู้ว่าการดำเนินต่อไปเช่นเดิมจะก่อให้เกิดต้นทุนมหาศาลเกินคาดคะเน เราจึงเลือกเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงและค้ำจุนผู้คนและโลก แทนเศรษฐกิจที่บั่นทอนทั้งสองสิ่งนี้
    ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้คนหลายพันคนมารวมตัวกันในงาน Bangkok Climate Action Week ซึ่งเป็นการรวมตัวในประเด็นด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เพื่อสำรวจและวางแนวทางที่เป็นรูปธรรมสู่อนาคตทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า จากกิจกรรมกว่า 330 กิจกรรมที่มีองค์กรกว่า 200 แห่งจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วม เราเห็นสัญญาณชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    ความท้าทายในวันนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า มีรูปแบบการพัฒนาทางเลือกที่ใช้ได้จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า เราจะสร้างเงื่อนไขอย่างไรให้แนวทางเหล่านี้เติบโตและเกิดผลในวงกว้าง เราขอเชิญท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนี้

    เรามีความมุ่งหวังร่วมกับท่านที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนโลกที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต การทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงต้องอาศัยมากกว่าการปรับระบบเดิมทีละเล็กทีละน้อย เราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดทางเศรษฐกิจและการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยตั้งอยู่บนความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศและความเป็นธรรมทางนิเวศ ตระหนักว่าธรรมชาติมีคุณค่าในตัวเอง ทุกชีวิตพึ่งพาอาศัยกัน และระบบนิเวศมีขีดจำกัดที่เราต้องเคารพ

    เราขอเชิญท่านร่วมมองเห็นเครือข่ายเศรษฐกิจที่ทุกคนมีโอกาสเติบโตและมีชีวิตที่ดี เข้าถึงพลังงานสะอาด ดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำสะอาด ที่อยู่อาศัยมั่นคง และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง โดยการตอบสนองความต้องการเหล่านี้เป็นไปอย่างเกื้อกูลกับระบบธรรมชาติของโลก

    เรามองเห็นเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่มีความเข้มแข็งตั้งแต่รากฐาน โดยให้การดูแลผู้คนเป็นหัวใจ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงและเยาวชนมีบทบาทในการกำหนดและสร้างการเปลี่ยนแปลง และปกป้องมรดกทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเราให้เป็นฐานของความมั่นคงระยะยาว
    ณ จุดเปลี่ยนสำคัญนี้ เราต้องยอมรับและทบทวนความเสียหายที่เกิดจากรูปแบบเศรษฐกิจหลักอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเข้าใจความทุกข์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ วิกฤตความเหลื่อมล้ำ สภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษเชิงระบบ ล้วนเชื่อมโยงกัน และมีรากร่วมอยู่ในระบบการเงินโลกที่ให้ความสำคัญกับการสะสมความมั่งคั่งของคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ มากกว่าประโยชน์สาธารณะและทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่เป็นของส่วนรวม

    ความล้มเหลวเหล่านี้กำลังพาเราเข้าใกล้จุดพลิกผันทางนิเวศและสังคมที่ไม่อาจย้อนกลับได้ อีกทั้งทำให้ธุรกิจ สินทรัพย์สาธารณะ และพอร์ตการลงทุนของรัฐเผชิญความเสี่ยงอย่างรุนแรงจากวิกฤตและความผันผวน รวมถึงความเสี่ยงที่สะสมอยู่ในสินทรัพย์ซึ่งอาจสูญเสียมูลค่าหรือไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป

    ข่าวดีคือ เรากำลังสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจแบบใหม่ด้วยสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในวันนี้ มรดกทางวัฒนธรรมของเรายังคงรักษาภูมิปัญญาที่ชุมชนสั่งสมและใช้ได้ผลมาอย่างยาวนาน เช่น การปลูกข้าวร่วมกับการเลี้ยงปลา ซึ่งกำลังได้รับการฟื้นฟูทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อช่วยให้ชุมชนรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศและตลาด

    เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นแหล่งความมั่งคั่งทางชีวภาพมากกว่าหนึ่งในสี่ของโลก การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของเศรษฐกิจ เป็นรากฐานของความมั่นคงและการดำรงชีพที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ทั่วภูมิภาค โครงการและความริเริ่มด้านเศรษฐกิจชีวภาพกำลังแสดงให้เห็นว่า ป่าไม้ ระบบวนเกษตร ทรัพยากรชายฝั่ง และความหลากหลายทางชีวภาพ สามารถสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มความสามารถในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันได้ สิ่งเหล่านี้ก้าวพ้นการเป็นเพียงโครงการนำร่องที่แยกจากกัน เรากำลังเห็นแนวทางร่วมที่ก่อตัวขึ้น พร้อมหลักฐานชัดเจนว่า เศรษฐกิจชีวภาพที่มุ่งให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีกำลังเกิดผลจริงทั่วภูมิภาค

    หลักคิดของเราเรียบง่าย การก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจครั้งต่อไปจะไม่ได้เกิดจากการตักตวงจากผู้คนและธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น แต่ จะเกิดจากการลงทุนในผู้คนและธรรมชาติ เสริมความสามารถในการฟื้นฟู และสร้างคุณค่าที่แบ่งปันกันอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น

    เราขอเชิญท่านร่วมขับเคลื่อนแนวทางนี้ ผ่านเสาหลัก 10 ประการสำหรับการลงมือทำและความร่วมมือ ดังต่อไปนี้

    1. วัดสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตและอนาคต
    นำตัวชี้วัด Beyond GDP ของสหประชาชาติ ซึ่งวัดความก้าวหน้ามากกว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มาใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิต การประเมินสินเชื่อ และการออกแบบนโยบาย โดยต่อยอดจากการจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติของธนาคารโลก

    2. จัดสรรเงินทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพที่นานาชาติตกลงร่วมกัน
    จัดสรรเงินทุนให้สอดคล้องกับความตกลงปารีสและกรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ยุติการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลและการเกษตรที่ก่อความเสียหาย และกำกับให้คาร์บอนเครดิตไม่ถูกใช้แทนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง

    3. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอาหารอย่างเป็นธรรม
    ให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าในฐานะโครงสร้างหลักของการเปลี่ยนผ่าน และสนับสนุนระบบพลังงานสะอาดขนาดเล็กแบบ
    กระจายศูนย์ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ เปลี่ยนจากเกษตรอุตสาหกรรมที่ก่อความเสียหายไปสู่ระบบอาหารที่ฟื้นฟูธรรมชาติ สนับสนุนอธิปไตยทางอาหาร หรือสิทธิของประชาชนและชุมชนในการกำหนดระบบอาหารของตนเอง และรักษาวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น ค้ำจุนอาชีพเกษตรกรและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเป็นธรรมและการบริโภคอาหารอย่างสมดุล

    4. เปลี่ยนจากการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติสู่การป้องกันล่วงหน้า
    เมื่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศคาดการณ์ได้มากขึ้น ธนาคารโลกสามารถเปลี่ยนจากการตอบสนองและจัดการเมื่อภัยเกิด ไปสู่การนำมาตรการป้องกันมาเป็นหัวใจของการให้สินเชื่อ ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและการวางแผนป้องกันเข้าสู่การติดตามและประเมินเศรษฐกิจมหภาค

    5. ลดภาระหนี้และคุ้มครองงบประมาณเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
    สนับสนุนการลดและปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการพัฒนา หลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่บีบให้ลดการใช้จ่ายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือกดดันให้ขายทรัพยากรธรรมชาติ ใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย และกำกับให้การแลกเปลี่ยนหนี้เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติไม่เป็นการโอนอำนาจควบคุมทรัพยากรไปให้เจ้าหนี้

    6. เปิดทางให้ผู้ดูแลธรรมชาติเข้าถึงเงินทุนโดยตรง
    จัดสรรเงินทุนระยะยาวให้ชนพื้นเมือง ชุมชนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมโดยตรง ทำให้ผู้ผลิตที่ดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ตั้งแต่รายย่อยมาก รายย่อย ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลาง เข้าถึงทรัพยากรได้สะดวกและต่อเนื่อง รวมถึงเงินทุนที่ยืดหยุ่นและให้เวลาสำหรับการสร้างผลลัพธ์ เพื่อให้เกิดการลงทุนที่ลดความเสี่ยง เป็นธรรม โปร่งใส และมุ่งผลลัพธ์

    7. เคารพสิทธิและแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม
    กำกับให้การใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม ทรัพยากรพันธุกรรม และทรัพยากรชีวภาพเคารพสิทธิชุมชนและสิทธิของธรรมชาติ พร้อมแบ่งปันรายได้และเทคโนโลยีอย่างเป็นธรรม รับรองสิทธิส่วนรวมของชุมชน สิทธิการถือครองและใช้ประโยชน์ตามจารีตประเพณี และมรดกทางวัฒนธรรม

    8. รับผิดชอบต่อความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ
    จัดสรรเงินทุนใหม่ในรูปแบบเงินให้เปล่าตามสัดส่วนความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกำกับให้สถาบันที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบต่อการดำเนินงานของตน

    9. เสริมการมีส่วนร่วม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประชาชนภายใต้หลักธรรมาภิบาล
    เปิดกระบวนการกำหนดนโยบายให้รับฟังเสียงจากท้องถิ่นและกลุ่มที่ถูกมองข้าม เปิดเผยการจัดสรรและการใช้เงินทุน และจัดตั้งกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระ ให้ชนพื้นเมือง ชุมชนท้องถิ่น ผู้หญิง เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบของสถาบันภาครัฐ พร้อมรับรองการเข้าถึงข้อมูลและกระบวนการยุติธรรม

    10. สร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในรูปแบบใหม่
    ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศกำลังพัฒนา โดยผสานการค้า ความช่วยเหลือ การลงทุน ความร่วมมือทางวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกัน

    ธนาคารโลกสามารถขับเคลื่อนข้อเสนอเหล่านี้ผ่านการลงทุน เงินทุนให้เปล่า และกลไกกำกับให้โครงการรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศสามารถปรับนโยบายด้านหนี้และการคลังให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการลงมือทำ ทั้งสองสถาบันควรยึดมั่นในหลักการร่วมกันว่า ผู้ดูแลธรรมชาติต้องมีสิทธิและทรัพยากร ผู้ก่อความเสียหายต้องรับผิดชอบ และผู้คนต้องมีอำนาจกำหนดอนาคตของตนเองในเรื่องที่เริ่มเดินหน้าแล้ว เราขอเชิญชวนท่านก้าวต่อไปให้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น

    เราหวังว่าจะได้ร่วมงานกับท่าน เพื่อค้นหาแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงในการเร่งการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้นทั่วภูมิภาค
    ขอให้การประชุมของท่านประสบความสำเร็จ

    ประชาคม Bangkok Climate Action Week
    www.bangkokclimateactionweek.org

    อ่านเรื่องราว