จดหมายเปิดผนึกถึงผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

เรียน: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง กรรมการบริหาร และคณะผู้บริหารของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
เรื่อง: ข้อเรียกร้องเพื่อกระบวนทัศน์เศรษฐกิจใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขอต้อนรับทุกท่านสู่กรุงเทพมหานคร
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลกกำลังเผชิญทางเลือกสำคัญและโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง เราจะเดินหน้าต่อไปกับระบบเศรษฐกิจที่ตักตวงจากผู้คนและธรรมชาติ และปล่อยให้ความปั่นป่วนและความทุกข์ทวีความรุนแรงขึ้น หรือเราจะร่วมกันสร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อเปิดทางสู่การฟื้นฟู ความสามารถในการรับมือกับวิกฤต และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันสำหรับคนรุ่นต่อไป
ทางเลือกที่ถูกต้องในทางจริยธรรมมีเพียงทางเดียว และเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลทางเศรษฐกิจด้วย เพราะเรารู้ว่าการดำเนินต่อไปเช่นเดิมจะก่อให้เกิดต้นทุนมหาศาลเกินคาดคะเน เราจึงเลือกเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงและค้ำจุนผู้คนและโลก แทนเศรษฐกิจที่บั่นทอนทั้งสองสิ่งนี้
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้คนหลายพันคนมารวมตัวกันในงาน Bangkok Climate Action Week ซึ่งเป็นการรวมตัวในประเด็นด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เพื่อสำรวจและวางแนวทางที่เป็นรูปธรรมสู่อนาคตทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า จากกิจกรรมกว่า 330 กิจกรรมที่มีองค์กรกว่า 200 แห่งจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วม เราเห็นสัญญาณชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความท้าทายในวันนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า มีรูปแบบการพัฒนาทางเลือกที่ใช้ได้จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า เราจะสร้างเงื่อนไขอย่างไรให้แนวทางเหล่านี้เติบโตและเกิดผลในวงกว้าง เราขอเชิญท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนี้
เรามีความมุ่งหวังร่วมกับท่านที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนโลกที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต การทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงต้องอาศัยมากกว่าการปรับระบบเดิมทีละเล็กทีละน้อย เราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดทางเศรษฐกิจและการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยตั้งอยู่บนความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศและความเป็นธรรมทางนิเวศ ตระหนักว่าธรรมชาติมีคุณค่าในตัวเอง ทุกชีวิตพึ่งพาอาศัยกัน และระบบนิเวศมีขีดจำกัดที่เราต้องเคารพ
เราขอเชิญท่านร่วมมองเห็นเครือข่ายเศรษฐกิจที่ทุกคนมีโอกาสเติบโตและมีชีวิตที่ดี เข้าถึงพลังงานสะอาด ดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำสะอาด ที่อยู่อาศัยมั่นคง และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง โดยการตอบสนองความต้องการเหล่านี้เป็นไปอย่างเกื้อกูลกับระบบธรรมชาติของโลก
เรามองเห็นเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่มีความเข้มแข็งตั้งแต่รากฐาน โดยให้การดูแลผู้คนเป็นหัวใจ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงและเยาวชนมีบทบาทในการกำหนดและสร้างการเปลี่ยนแปลง และปกป้องมรดกทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเราให้เป็นฐานของความมั่นคงระยะยาว
ณ จุดเปลี่ยนสำคัญนี้ เราต้องยอมรับและทบทวนความเสียหายที่เกิดจากรูปแบบเศรษฐกิจหลักอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเข้าใจความทุกข์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ วิกฤตความเหลื่อมล้ำ สภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษเชิงระบบ ล้วนเชื่อมโยงกัน และมีรากร่วมอยู่ในระบบการเงินโลกที่ให้ความสำคัญกับการสะสมความมั่งคั่งของคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ มากกว่าประโยชน์สาธารณะและทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่เป็นของส่วนรวม
ความล้มเหลวเหล่านี้กำลังพาเราเข้าใกล้จุดพลิกผันทางนิเวศและสังคมที่ไม่อาจย้อนกลับได้ อีกทั้งทำให้ธุรกิจ สินทรัพย์สาธารณะ และพอร์ตการลงทุนของรัฐเผชิญความเสี่ยงอย่างรุนแรงจากวิกฤตและความผันผวน รวมถึงความเสี่ยงที่สะสมอยู่ในสินทรัพย์ซึ่งอาจสูญเสียมูลค่าหรือไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป
ข่าวดีคือ เรากำลังสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจแบบใหม่ด้วยสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในวันนี้ มรดกทางวัฒนธรรมของเรายังคงรักษาภูมิปัญญาที่ชุมชนสั่งสมและใช้ได้ผลมาอย่างยาวนาน เช่น การปลูกข้าวร่วมกับการเลี้ยงปลา ซึ่งกำลังได้รับการฟื้นฟูทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อช่วยให้ชุมชนรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศและตลาด
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นแหล่งความมั่งคั่งทางชีวภาพมากกว่าหนึ่งในสี่ของโลก การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของเศรษฐกิจ เป็นรากฐานของความมั่นคงและการดำรงชีพที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ทั่วภูมิภาค โครงการและความริเริ่มด้านเศรษฐกิจชีวภาพกำลังแสดงให้เห็นว่า ป่าไม้ ระบบวนเกษตร ทรัพยากรชายฝั่ง และความหลากหลายทางชีวภาพ สามารถสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มความสามารถในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันได้ สิ่งเหล่านี้ก้าวพ้นการเป็นเพียงโครงการนำร่องที่แยกจากกัน เรากำลังเห็นแนวทางร่วมที่ก่อตัวขึ้น พร้อมหลักฐานชัดเจนว่า เศรษฐกิจชีวภาพที่มุ่งให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีกำลังเกิดผลจริงทั่วภูมิภาค
หลักคิดของเราเรียบง่าย การก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจครั้งต่อไปจะไม่ได้เกิดจากการตักตวงจากผู้คนและธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น แต่ จะเกิดจากการลงทุนในผู้คนและธรรมชาติ เสริมความสามารถในการฟื้นฟู และสร้างคุณค่าที่แบ่งปันกันอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น
เราขอเชิญท่านร่วมขับเคลื่อนแนวทางนี้ ผ่านเสาหลัก 10 ประการสำหรับการลงมือทำและความร่วมมือ ดังต่อไปนี้
1. วัดสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตและอนาคต
นำตัวชี้วัด Beyond GDP ของสหประชาชาติ ซึ่งวัดความก้าวหน้ามากกว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มาใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิต การประเมินสินเชื่อ และการออกแบบนโยบาย โดยต่อยอดจากการจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติของธนาคารโลก
2. จัดสรรเงินทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพที่นานาชาติตกลงร่วมกัน
จัดสรรเงินทุนให้สอดคล้องกับความตกลงปารีสและกรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ยุติการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลและการเกษตรที่ก่อความเสียหาย และกำกับให้คาร์บอนเครดิตไม่ถูกใช้แทนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง
3. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอาหารอย่างเป็นธรรม
ให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าในฐานะโครงสร้างหลักของการเปลี่ยนผ่าน และสนับสนุนระบบพลังงานสะอาดขนาดเล็กแบบ
กระจายศูนย์ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ เปลี่ยนจากเกษตรอุตสาหกรรมที่ก่อความเสียหายไปสู่ระบบอาหารที่ฟื้นฟูธรรมชาติ สนับสนุนอธิปไตยทางอาหาร หรือสิทธิของประชาชนและชุมชนในการกำหนดระบบอาหารของตนเอง และรักษาวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น ค้ำจุนอาชีพเกษตรกรและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเป็นธรรมและการบริโภคอาหารอย่างสมดุล
4. เปลี่ยนจากการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติสู่การป้องกันล่วงหน้า
เมื่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศคาดการณ์ได้มากขึ้น ธนาคารโลกสามารถเปลี่ยนจากการตอบสนองและจัดการเมื่อภัยเกิด ไปสู่การนำมาตรการป้องกันมาเป็นหัวใจของการให้สินเชื่อ ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและการวางแผนป้องกันเข้าสู่การติดตามและประเมินเศรษฐกิจมหภาค
5. ลดภาระหนี้และคุ้มครองงบประมาณเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
สนับสนุนการลดและปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการพัฒนา หลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่บีบให้ลดการใช้จ่ายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือกดดันให้ขายทรัพยากรธรรมชาติ ใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย และกำกับให้การแลกเปลี่ยนหนี้เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติไม่เป็นการโอนอำนาจควบคุมทรัพยากรไปให้เจ้าหนี้
6. เปิดทางให้ผู้ดูแลธรรมชาติเข้าถึงเงินทุนโดยตรง
จัดสรรเงินทุนระยะยาวให้ชนพื้นเมือง ชุมชนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมโดยตรง ทำให้ผู้ผลิตที่ดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ตั้งแต่รายย่อยมาก รายย่อย ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลาง เข้าถึงทรัพยากรได้สะดวกและต่อเนื่อง รวมถึงเงินทุนที่ยืดหยุ่นและให้เวลาสำหรับการสร้างผลลัพธ์ เพื่อให้เกิดการลงทุนที่ลดความเสี่ยง เป็นธรรม โปร่งใส และมุ่งผลลัพธ์
7. เคารพสิทธิและแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม
กำกับให้การใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม ทรัพยากรพันธุกรรม และทรัพยากรชีวภาพเคารพสิทธิชุมชนและสิทธิของธรรมชาติ พร้อมแบ่งปันรายได้และเทคโนโลยีอย่างเป็นธรรม รับรองสิทธิส่วนรวมของชุมชน สิทธิการถือครองและใช้ประโยชน์ตามจารีตประเพณี และมรดกทางวัฒนธรรม
8. รับผิดชอบต่อความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ
จัดสรรเงินทุนใหม่ในรูปแบบเงินให้เปล่าตามสัดส่วนความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกำกับให้สถาบันที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบต่อการดำเนินงานของตน
9. เสริมการมีส่วนร่วม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประชาชนภายใต้หลักธรรมาภิบาล
เปิดกระบวนการกำหนดนโยบายให้รับฟังเสียงจากท้องถิ่นและกลุ่มที่ถูกมองข้าม เปิดเผยการจัดสรรและการใช้เงินทุน และจัดตั้งกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระ ให้ชนพื้นเมือง ชุมชนท้องถิ่น ผู้หญิง เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบของสถาบันภาครัฐ พร้อมรับรองการเข้าถึงข้อมูลและกระบวนการยุติธรรม
10. สร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในรูปแบบใหม่
ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศกำลังพัฒนา โดยผสานการค้า ความช่วยเหลือ การลงทุน ความร่วมมือทางวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ธนาคารโลกสามารถขับเคลื่อนข้อเสนอเหล่านี้ผ่านการลงทุน เงินทุนให้เปล่า และกลไกกำกับให้โครงการรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศสามารถปรับนโยบายด้านหนี้และการคลังให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการลงมือทำ ทั้งสองสถาบันควรยึดมั่นในหลักการร่วมกันว่า ผู้ดูแลธรรมชาติต้องมีสิทธิและทรัพยากร ผู้ก่อความเสียหายต้องรับผิดชอบ และผู้คนต้องมีอำนาจกำหนดอนาคตของตนเองในเรื่องที่เริ่มเดินหน้าแล้ว เราขอเชิญชวนท่านก้าวต่อไปให้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น
เราหวังว่าจะได้ร่วมงานกับท่าน เพื่อค้นหาแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงในการเร่งการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้นทั่วภูมิภาค
ขอให้การประชุมของท่านประสบความสำเร็จ
ประชาคม Bangkok Climate Action Week
www.bangkokclimateactionweek.org
